個人檔案~*^*~hello life~*^*~相片部落格清單更多 ![]() | 說明 |
|
3月19日 จำไม่ได้อ่ะหมู่นี้อัลไซเมอร์รับประทานว่ะ วันก่อนจำไม่ได้ว่าตัวเองฉิ้งฉ่องไปแล้วหรือยัง ปวดหรือเปล่าเนี่ยยังงงๆอยู่เลย ก็เข้าห้องน้ำดู ปรากฏว่า ไม่มีว่ะ บ้ามั้ย แล้วก็ตะกี้นี้เลย เออ กรูแปรงฟันไปรึยังฟะ ไม่แน่ใจ งงๆ นั่งหน้าจอนานไปหน่อยเอ๋อเลย ก็ว่าได้กลิ่นยาสีฟันจางๆในช่องปากนะ แต่ลมปากไม่สดชื่นเท่าที่ควร งง เดินไปจับแปรงสีฟัน เออ เปียกว่ะ สรุปว่าแปรงแล้ว นอนได้ ทำไมเอ๋อขนาดนี้เนี่ย แต่ช่วงนี้มีอะไรๆน่าสนใจให้อ่านให้ดูเพียบ เสียแต่ว่า นิยมอ่านและดูกะจอคอมอ่ะ รังสีอัลไซเมอร์เลยแผ่ออกมาจากจอ(มีที่ไหนวะ ไอ้บ้า) เครียดเลย 3月12日 potsloofไม่ได้อ่านหนังสือรวดเดียวจบมานานแล้วไหนแล้วนะ แต่เมื่อคืนมันเกิดขึ้นแล้ว อัศจรรย์จักรวาล!!! อาจเป็นเพราะเนื้อหาที่ไม่เยอะมาก แบ่งย่อยเป็นตอน แต่ที่สำคัญที่สุด มันคงจี้ใจดำเราล่ะมั้ง ที่ีอยากจะรู้ว่าคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเรา(ตอนนี้พวกเขาก็โตกว่านี้กันไปหมดแล้วซะส่วนใหญ่) เขาถามตัวเองว่าอะไร และพบคำตอบกันรึยัง ทำไมคนในวัยหนึ่ง ถึงคิดว่าคำตอบมันจะอยู่ที่ไหนไกลๆซักแห่ง ถึงต้องออกเดินทางไปเพื่อหาคำตอบนั้น แต่ส่วนตัวของเราเอง การที่อยากออกไปไหนๆ ก็เพราะอยู่กับที่มันร้อนอาสน์เสียมากกว่า เราเองไม่ได้มองดูผู้คนอย่างละเอียดลึก และคิดอย่างช้าๆ มานานเท่าไหร่แล้ว ในความเป็นมนุษย์ ในความสับสน การค้นหา พลังและความมุ่งมั่น การพูดคุยแลกเปลี่ยน ลืมไปเลยว่าเคยชื่นชมการที่ได้นั่งลงสำรวจจิตใจ ใส่ใจกับผู้คนและโลก เราใช้ชีวิตอย่างว่างเปล่า หยาบๆ เร็วๆ และมีแค่ตัวเอง จนคิดอะไรไม่ออกมาพักใหญ่เลยล่ะ ถึงจะหมั่นไส้คนเขียน (ไม่ใช่ในระยะการสนทนาแลกเปลี่ยนกันโดยตรง =เขาไม่รู้จักฉัน) แต่ก็อยากจะขอบคุณ ที่ตัวหนังสือของเขาได้ช่วยให้เราหยุด และกลับมารู้สึกรู้สากับอะไรแบบนี้ได้อีก โลกน้ำเน่าที่สวยงามในช่วงเวลาที่ได้นั่งมองดาว ตากน้ำค้าง แล้วคุยกันเรื่องอนาคตของชีวิต อ่านแล้วก็ไม่ได้คำตอบสำเร็จรูปอะไรหรอก ปัญหาก็ยังอยู่ที่เดิมนั่นแหละ แต่มันก็ทำให้นึกได้ว่าในบางที แค่ได้มีโอกาสเดินออกไปในโลกกว้าง มันก็มากจนเกินพอแล้วสำหรับเรา 3月8日 my cat & dogหมาหัวกระป๋องไอติม ![]() กินเสร็จแล้วอ่า ![]() ท่านอนประจำของช่วงนี้ ![]() ชุดสวย แต่ใส่แล้วไม่ยอมเดิน ![]() หมาแมวบ้านฉันน่ารักที่สุดแล้ว เหอๆๆๆๆๆ แต่เวลาหอบไปโรงหมอ อายเขาทุกที ทำไมหมาแมวชาวบ้านมันดูไฮโซกันจังวะ แล้วพยาบาลอ่ะ อย่าถามได้ไหมว่า พันธุ์อะไร อายุเท่าไหร่ ไม่รู้ว้อยยย 3月4日 มหกรรมการเต้นแอโรบิกหมู่เย็นย่ำวันเสาร์
ที่พยายามเดินหางานแสดงของท๊อป จ่างตระกูล
ที่เขาว่าแสดงที่สวนลุมพินีอันเล็กแสนเล็กนี่แหละ
ข่าวเขาบอกแค่นี้จริงๆ แล้วเราก็ไม่ได้คิดถึงการจดเบอร์แล้วก็โทรไปสอบถามว่า
มันตรงไหนของสวนลุมกันล่ะ(วะ)
ก็ไปแบบเบลอๆ
หลังจากเดินเบลอๆจากสาทรไปศาลาแดง เนื่องจากเบลอๆว่าวันนี้วันหยุดราชการ
ออกจากบ้านฟรี
นั่ง BTS
ราคาแพงกว่าเดิมไปสยาม แล้วนั่งกลับมาเดินเบลอๆ
เดินผ่านเวที(ที่พยายาม)ไฮปาร์กด่าหยาบๆคายๆใส่ คมช
แบบว่าหนวกหูอ่ะ
สวนสาธารณะที่ใครๆมาออกกำลังกาย ต้องมีมลภาวะทางเสียงลอยมา
พูดแบบไม่หยาบคายได้มั้ยอ่ะ รำคาญ
เดินไปได้ไม่ไกล
ทางเดินก็อุดตันไปด้วยกองทัพมนุษย์แอโรบิก
ตระการตาดีจัง
คนเยอะมาก ครึกครื้นเฮฮาเป็นที่สุด
เห็นฝรั่งก็สนุกสนานไปด้วย บางคนวางเป้หลังใบโตกองกับพื้น ยกแข้งยกขา
ออกกำลังเป็นที่สนุกสนาน
ฝรั่งอีกลูก
พยายามปีนก้อนหินหามุมสูงเพื่อถ่ายภาพกองทัพแอโรบิก
แปลกดีที่การมาเดินเบลอๆที่สวนลุมมันจะทำให้อารมณ์ดี
เดินยิ้มให้ลมให้ฟ้าเหมือนคนบ้าได้
มองฟ้าเห็นเครื่องบินมีไอพ่นหางยาวๆบินข้ามจากฟ้าฝั่งซ้ายไปทางฝั่งขวามือ
ทิ้งรอยขาวๆไว้ให้ตื่นตา
พ่อแม่ลูกพายเรือเล่นในสระ ลูกๆสอนคุณแม่เล่นโรลเลอร์เบลด
เจ้าตัวเล็ก(จิ๋ว)ที่โดนแม่จับมาโพสท่าเต้นแอโรบิกเพื่อถ่ายรูป
ตกลงว่าวันนี้ไม่ได้ดูงาน performance หรือภาพถ่ายอะไรเลย
(ไม่สนใจจะหาแล้วด้วยว่างานมันอยู่ไหน)
แต่สนุก+อารมณ์ดี
โดยมี pop! goes my heart ของชายผู้ใส่กางเกงฟิตเปรี๊ยะเป็น
sound track
12月7日 ของเล่นใหม่ holga holgaเป็นของเล่นใหม่ ที่ก็เก่าแล้วนะจะว่าไป
ล้างมาตั้งนานและ ขี้เกียจสแกน สีเน่าดี ชอบๆ สวนสยามแบบตุ่นๆ
ไปทะเลถ่ายขาวดำมาอีกม้วน ยังล้างไม่เสร็จเลย อาจจะเจีงนะเนี่ย ตอนเปลี่ยนฟิล์มเจ๊งไปม้วน อยากว่ายน้ำกลับจากเกาะมาซื้อฟิล์มจริงๆฮึ่มๆ 10月5日 12-13-14มะวานดู 13 มันส์หยด หยี แหวะ
10月1日 กะอีแค่ช่างภาพ!!!เหวอโคตรๆกับการเข้าประชุมครั้งสุดท้ายของการทำงานย่านคลังน้ำมันเชลล์ คลองเตย
ตื่นเต้นเร้าใจสุดๆ กับการไปโยนระเบิดใส่วงประชุม และโดนระเบิดลงกลางหัวแบบไม่รู้ตัว
ใครจะไปคาดคิดฟะว่าการเอาเรื่องที่สงกะสัยมาปรึกษามันจะสนุกสนานจิตกระเจิงได้ขนาดนี้
เรื่องของเรื่องก็คือว่า คุณหลวงพ่อที่เราโดนลากไปถ่ายรูปทำหัวข้อน่ารักๆแบบ หลวงพ่อทำรถเข็นแจกคนพิการฟรีๆ เกิดจะมาพูดจา ลูกคะ ลูกขา กะเราๆสีกาตาดำๆให้งงๆเล่นแล้ว สตางค์ที่ท่านเอามาใช้ในการทำรถก็มาจากการถูกหวยและตัดกรรมให้คนน่ะ มันดูแหม่งๆอยู่นะ ก็เอาเหอะ ให้มาถ่ายก็ถ่ายไปตามหน้าที่ เวลาท่านไปนั่งบนรถเข็นให้ถ่ายรูปดูไม่ค่อยดีเราก็ตะล่อมให้ท่านลงมายืนสำรวมๆแทน ท่านจะแอ๊คติ้งทำงานตามคำขอของพี่นักข่าว เราก็พยายามให้มันดูไม่เสียกิริยานัก อึดอัดว้อยยย ทำทำไมเนี่ยกู
แล้วที่งงกว่าคือก่อนกลับ ท่านก็เรียกให้ขึ้นไปกุฏิ เอาวะ คนขับรถเราก็มา มีพี่นักข่าวอีกคน ไปก็ไปคงไม่น่าเกลียดอะไร แต่ไปแล้วก็เหวอๆงงๆกว่าเดิมอีก ที่โต๊ะหมู่ในห้องท่านมีหัวกะโหลกคนตั้งอยู่ซ้ายขวา 2 อัน ท่ามกลางรูปบูชาสารพัดที่มากกว่าพระพุทธรูปและมากกว่ารูปเคารพในศาสนาอื่นๆ เราก็เลยเนียนๆไม่กราบหิ้งพระ ปรากฏว่าท่านก็ถามอีกว่า เราเป็นอิสลามหรือคริสต์(เพราะไม่กราบพระ?ที่โต๊ะหมู่อ่ะ) เอ้า เป็นคริสต์ละกัน ไหนๆก็เรียนโรงเรียนคริสต์มา ไม่ได้โกหกอะไรนี่ เรานับถือคำสอนของทุกศาสนาที่สอนให้คนเป็นคนดีอยู่แล้ว
จากนั้นท่านก็เอาของขลังสารพัดอย่างออกมาโชว์สรรพคุณ อันนี้ปวดตาถูตา ปวดหูถูหู ปวดฟันก็อมเข้าไปทั้งดุ้น เอาไหม ....ไม่เป็นไรค่ะ... ไม่เป็นไรน่ะเอาไม่เอา ...มะอาวอ่ะค่ะ...ขอบคุณค่ะ แถมท้ายด้วยการที่ท่านคะยั้นคะยอให้เราเข้าไปถ่ายรูปที่นอนของท่าน เอ่อ ถ่ายทำไมคะ แบบมาทำเรื่องรถเข็นอ่ะค่ะไม่ต้องก็ได้ค่ะ ท่านก็พยายามจะให้ไปดู บอกว่าพระน่ะไม่ได้นอนสบายๆนะ นี่นอนในโลงศพนะ ผีตายโหงด้วย แถมยังมีปืน มีด สารพัดที่เขาเอามาให้นอนทับไว้ไปรบภาคใต้....เอ่อ....ค่ะค่ะ
แง้ ออกจากวัดเราก็เลยถามพี่นักข่าวว่า ยังจะทำอยู่ไหมเนี่ย แปลกๆอยู่นะ ถ้าเราจะเขียนเป็นคอลัมน์รับบริจาคสตางค์ให้มาทำรถเข็นเนี่ย (ถ้าจะดันทุรังเขียนจริงๆเราว่ามันก็ต้อง มากกว่านั้นอ่ะ มากกว่าใสๆน่ารักๆ คนดีทำดีอะไรแบบนั้น มันขัดแย้งในตัวเองนะ มันจะออกแนวจะหลุมดำ จะคนค้นคนซะมากกว่า) แต่ว่าที่หนักใจกว่าอะไรทั้งหมดคือการสื่อสารกะพี่นักข่าวคนนี้ว่ะ เพราะในหัวเขามีแต่ความคิดเขาที่วนอยู่ ไม่สามารถทำความเข้าใจอะไรอย่างอื่นได้เลย เข้าใจได้แค่ว่า ถ้าเราแย้งก็คือไม่ทำไม่ลง มีแค่ ทำ-ไม่ทำ 2อย่าง ตลกดี เราก็เฉยๆไป ก็เขาว่าจะมาลองปรึกษาบก.ดูก็รอไป เราทำไรได้ นอกจากแสดงความคิดเห็น
แล้วก็ล่วงเลยมาเป็นอาทิตย์ฮ่ะ จนประชุม จนบุ๊คงานลงไปในตารางว่าจะพิมพ์วันไหนๆ อ้าว ยังไม่เห็นคุยกันเลยอ่ะว่ายังไง เราก๊อลองปรึกษาพี่ซีเนียร์ข้างๆดูเบาๆว่ามันเป็นแบบนี้ แหม่งๆอยู่เอาไงดี เขาก็เออ น่าจะเช็คข้อมูลเนอะว่าเป็นไงกันแน่ เพราะก่อนนี้ก็เคยมีเหตุการณ์แบบ มูลนิธิเลี้ยงหมาที่ไปทำ ปรากฏว่ามีชาวบ้านโทรมาด่า ว่าไม่รู้เหรอมูลนิธินี้เขาแย่มาก โดนหลอกใช้แล้ว เราก็เลยไปสะกิดพี่นักข่าวคนนี้ว่า(เออ จริงๆไม่น่าใช้คำว่านักข่าวแล้วอ่ะ ไม่มีเซ้นส์เลย)ว่าเรื่องนี้เป็นไงแล้วอ่ะ ถามพี่เขาไหมๆ เขาก็มีแค่ 2 คำอย่างเดิม ไม่ชอบไม่ลงก็ได้นะ แต่ก็น่าจะลงได้ แต่ถ้ายุ้ยไม่ชอบก็ไม่ลงก็ได้ อะไรของมันวะ งง ไม่ใช่ชอบไม่ชอบอ่ะแบบ เราก็ไม่รู้ว่ามันควรไม่ควรตัดสินใจคนเดียวได้ที่ไหน ก็ปรึกษากันดิกะพี่เขากะเพื่อนๆที่โต๊ะประชุม ทำไมต้องงุบงิบๆ งงเว้ย
แล้วเราก็รอจนเลิกประชุม พอดีเจ๊คนนั้นเขาอยู่นอกห้องแล้ว ทุกคนเริ่มเก็บของ พี่ซีเนียร์ที่เราปรึกษาก่อนเลยบอกพี่ที่ปรึกษาบก.ว่าเป็นแบบนี้ๆ ให้เราเล่าให้ฟัง เราก็พูดคร่าวๆว่าพระเขาดูแปลกๆ มีนั่นนี่โน่น พี่ที่ปรึกษา บก.เขาก็ตาโต อ้าว ทำไมยัย...ไม่เล่าไรเลยอ่ะ มันไม่ค่อยน่าทำนะแบบนี้ เราก็บอกว่าแต่ชาวบ้านเขาก็ดีใจจริงๆที่มีรถเข็นใช้ เราควรจะทำไงดี พี่เขาก็ว่าเออ ถ้าจะเขียนเราก็ต้องไม่ไปเล่าถึงพระคนนี้มากนัก พี่ที่ปรึกษาบก.ก๊อรอเจ๊เข้ามาก็ถามว่า เรื่องพระเป็นไงมั่ง ไหนเล่าให้ฟังหน่อย แค่นี้เอง ให้เกียรติเจ๊เขามาเล่าเรื่องจากปากเองนะ ยังไม่ตัดสินไรด้วย เจ๊ก็บอกว่า พระเขาก็มาแนวๆไสยศาสตร์อ่ะค่ะนิดหน่อย ปกติของพระต่างจังหวัดไม่เห็นมีไร ตังค์ก็มาจากการตัดกรรม(เราก็เพิ่งรู้ว่าตัดกรรมแปลว่าไรก็ตอนนี้) แต่ที่เราตกใจคือ เขาไม่ได้พูดดีๆอ่ะ ทันทีที่โดนถามก็หน้าเครียด ตาแดงๆเลย ยิ่งพูดยิ่งแรง พูดๆๆๆๆๆแล้วก็วกมาที่เราว่า น่าจะให้มันออกมาจากปากเขา น้องยุ้ยไม่น่าพูดก่อน เป็นแค่ช่างภาพ มีสิทธ์อะไร (เหวอออออเด่ะ เฮ้ย กูก็ไปกะเจ๊เขาอ่ะ เวลาลงเรื่องชื่อชั้นก็หราอยู่คู่กะเจ๊อ่ะ เจอเรื่องมากะตัวเหมือนกัน ไม่มีสิทธิ์พูดไรยังไง งง แล้วไอ้คำว่า กะอีแค่ช่างภาพเนี่ย อะโห... ทำไม กะอีแค่ช่างภาพคนนี้ ยังดูมีสามัญสำนึกดีกว่า กะตั้งนักข่าวอายุ 30 ก่าๆคนนี้อ่ะ แล้วไม่ได้อยากจะพูดลับหลังเลยนะ จังหวะมันบังเอิญว่าเจ๊อยู่นอกห้องตอนพี่ซีเนียร์สะกิดถามพี่ที่ปรึกษาบก.อ่ะ จะให้ชั้นทำไง)
เฮ้ย แล้วตอนชั้นเล่าอ่ะ ไม่ได้บอกว่าไม่ไห้ลง ไม่ต้องทำ มันไม่ดีอะไรเลยนะ ก็ปรึกษากันอ่ะ ชั้นสะกิดเจ๊แล้วเจ๊ก็ดูพูดไม่รู้เรื่องไรก็ไม่รู้ แบบ จะไม่คุยกะใครทั้งสิ้นอ่ะ งุบงิบๆ ชั้นก็เหวอดิ เรื่องจะลงไปแบบนี้เรอะ แล้วไมไม่คุยกันอ่ะงง ที่ๆชั้นเคยทำมาก่อน มีไรก็ปรึกษากันได้ในที่ประชุม นอกห้องประชุม กินข้าว ดูทีวีก็ปรึกษากันได้หมด แล้วที่เล่าก็คือว่า ถ้าอยากจะเขียนจริงก็ให้พี่ที่ปรึกษาบก.รู้ก่อนลงเพราะเขาจะเป็นคนรีไรท์เรื่องก็ไปดูๆกันอะไรไม่เวิร์คจะหลุดออกมาตอนรีไรท์ละกัน จะเขียนก็เขียนไปดิ
งงมาก เจ๊เขาอาละวาดยาว นาน เสียงดัง ทั้งที่มันไม่มีเรื่องไรเล้ย (พระทำรถเข็นอ่ะ เป็นเรื่องได้ขนาดนี้ งง มะ หยั่งกะปัญหาระดับโครงสร้างสังคมที่ต้องถกเถียงอย่างรุนแรง ม้ากมาก) ทุกคนก็เหวออออสุด เกิดไรขึ้น พี่ที่ปรึกษาบก.เขาก็บอก เฮ้ยดีแล้วเอามาคุยกันที่นี่ ให้ทุกคนฟัง ว่าเวลามีปัญหาแบบนี้ จะทำไง เขาเองคิดเองคนเดียวก็อาจไม่ถูกต้องทุกเรื่อง ก็มาช่วยกันคิดไง แล้วทุกคนก็จะได้เติบโต เรียนรู้ไรเพิ่ม เจ๊ก็ไม่หยุด ตะเบ็งเสียงต่อไป ซึ่งเราไม่ได้ฟังแล้ว นั่งนับ 1-1000 เย็นไว้ลูก พี่ซีเนียร์คนแรกก็ตบขาเราใจเย็น เพื่อนอีกฟากห้องก็ส่งซิกมา โอเคป่ะเธอ เออ ชั้นโอเค พยายามไม่ลงไปคลุกวงในด้วย ไร้ประโยชน์อ่ะ ไร้สาระอ่ะ คนเขาไม่สบายอ่ะ คิดแบบนี้เลยนะ ให้อภัยเขาเหอะ คนเขาไม่สบาย พูดไปก็ไม่เกิดไรดีขึ้น เพราะแน่นอนเจ๊ไม่ฟังไรแล้ว ขนาดพี่ที่ปรึกษาบก.ตบโต๊ะบอก พอได้แล้ว เจ๊ยังไม่หยุดอ่ะ ไม่มีใครเถียงเจ๊เลยนะนั่น
วุฒิภาวะ ติดลบ คนอายุ 30 กว่าอ่ะ มีปัญหาด้านบุคคลิกภาพอย่างรุนแรง นี่ยังมีเรื่องที่ไปด่าแหล่งข่าวที่ภูเก็ต ชั้นยังเก็บงำไว้อยู่นะ ไม่อยากทำลายคน แค่นี้ก็แย่แล้ว ที่ภูเก็ตชั้นก็จะอัดใจตาย พูดไรไม่ฟัง พยายามตะล่อมพูดยิ่งกว่าคุยกะเด็ก 5 ขวบซะอีก ว่าใจเย็นๆ อย่าเลย ไอ้ที่จะโทรไปหาเจ้านายคนที่มีเรื่องด้วยถึงรัสเซียเพื่อฟ้องอ่ะ เจ๊โทรไปหาคนที่เกี่ยวข้องเพื่อด่าคนนั้นอีกที่ภูเก็ต ยิ่งพูด เรายิ่งดูแย่อ่ะ เพราจะว่ากันจริงๆทางเราอ่ะ ผิดอ่ะ ขายขี้หน้าสุดๆ
สุดเซ็ง ส่งท้ายการลาออกได้มันสุดหยดเจงๆ พี่ที่ปรึกษาบอกว่าออกไปแล้ว มีเรื่องมีรูปก็ส่งมานะ เป็นภาษาไทยก็ได้ ส่งมา แล้วก็ขอบใจเรื่องวันนี้ที่ช่วย
คือเรารู้สึกไม่ดีเลยว่ะ เกรงใจเขาอ่ะ เราออกมาแล้วอ่ะ แต่คนที่อยู่ต่อเด่ะเหมือนเราไปหย่อนระเบิดทิ้งให้เขาเลย กะเจ๊คนนั้นก็จากกันไม่ดีไปเลย ทนมาได้ตั้งนาน แต่คิดอีกทีก็ดีนะ จะได้ alert กันซะที ใจเย็นๆกันอยู่แล้วมีปัญหาแบบนี้ หรือกว่านี้ มันจะแย่น่ะ เราก็พวกซาดิสม์น่ะ ทำไรเย็นๆ น่ารักๆไม่ได้นาน เฉา ออกมาบ้าๆบอๆของตัวเองต่อดีกว่า
จบข่าว ยาวโคตร ระบายทางการพิมพ์แล้ว อาจช่วยให้หายบ้าได้ซะที ไม่ได้ตอบโต้ไร "กะอีแค่ช่างภาพ" เหอๆๆๆๆ จะอัดใจตาย ใช่ซี้ ชั้นมันแรงงานไร้ฝีมือนี่ยะ
9月27日 Mad Cityนั่งดูทีวีตามเก็บหนังจากยูยียีมาหลายวันแล้ว แบบคนจิตว่างสุดขีด ถึงขั้นมาร์คหมึกเรืองรองไว้ในยูยียีไกด์เลย...
หนังแบบกรี๊ดๆก็ A Lot Like Love ดูแล้วก็เคลิ้มซะ แบบงงๆอลหม่านทางเพศก็ The Confession of My Objection มาวันนี้จากโรคเลื่อนของการงาน(สัปดาห์สุดท้าย)ก็ได้ดูหนังอึ้งๆ Mad City ทั้งหนักอึ้ง และเซ็งอึ้ง จอดดูเพราะเห็น John Trevolta กะ Dustin Hoffman เดาว่าน่าจะมัน แล้วก็มันจริง
ดูแล้วก็แหยงๆพวกคนข่าวทีวีแม้มันจะตามสูตรหนังก็ตามเหอะ ว่าจะต้องกระห้ายกระหายข่าวอย่างหนักจนไม่สนว่าใครมันจะเป็นจะตายบ้าง แต่ที่เหมือนเพิ่งนึกขึ้นมาได้ก็คือ เพื่อข่าวนั้นและความที่เป็นสื่อที่โคตรมีอิทธิพลต่อคนดูมากๆเนี่ย มันจะสร้างหรือจะทำลายคนที่มันนำเสนออยู่ได้ง่ายดายจนเหวอว่ะ ฮีโร่หรือคนเลว มันกำหนดได้ที่การนำเสนอของเอ็งแค่เนี้ยนะ!! แล้วก็สงสัยอีกอย่างว่าตำมะหรวจในหนังมะกัน ทำไมชอบจิตๆ วิตก ประสาทแดก จนทำให้สถานการ์ตึงเครียด จะฆ่าคนกันได้ง่ายๆแบบนั้น เหมือนกลัวเชื้อโรค รีบๆเอาแอลกอฮอลล์สาดแผลมีดบาดซัก 5 แกลลอน
แต่ที่จิ๊ดสุด ก็อีตอนจบที่ พี่ Dustin พึมพำ พูด ตะโกน ว่า "พวกเราฆ่าเขา" แหงแซะ จากเรื่องที่ไม่ควรเป็นเรื่อง มันบานไปไกลก็เพราะพี่อยากให้มันเป็นข่าวๆๆๆ
เซ็งจิต หนีไปดูข่าวพ่อแม่พาลูกน้อยไปเยี่ยมลุงทหาร เหยียบรถถังเล่นราวกับฉลองวันเด็กต้อนรับเดือนตุลาดีกั่ว แถมท้ายด้วยสาวๆในชุดทหารตัวจิ๋วโยกย้ายส่ายสะโพกรับขวัญทหารอีกซัก 4-5 คนอีก ไม่สะอึกก็สะอื้นกันไปเล้ยงานนี้!! 8月19日 จูบบบบบ ไปแล้วล่ะหลังจากที่มีโอกาสได้ครอบครองใบขับขี่มาจวนจะครบรอบ 1 ปีในอาทิตย์หน้า ก็มีโอกาสได้ไปจูบท้ายคนอื่นเป็นครั้งแรก(แรงๆ)ซักทีจนได้ สนุกอย่างสุดแสน แมร่งงงงง ช่วงนี้เหวอๆไงไม่รู้ อย่าว่าแต่ขับรถเลย แค่เดินยังเหวอ น่ากลัวนะ เวลาที่รู้สึกว่าควบคุมตัวเองได้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพพอน่ะ ตีนเราเองแท้ๆ ยังเหยียบคันเร่งซะจม จนไปกระแทกคนอื่น(กระโปรงหน้ายู่ไปหลาย)ได้แบบเหวอๆ ห้ามไม่ทันซะเฉยๆ แม้มันจะกระทันหันก็เหอะ ได้นั่งรถเมล์แบบเหวอๆแทนล่ะช่วงนี้ ก็ดี อย่างน้อยก็ฝากชีวิตไว้กับตีนคนอื่นแทน ตีนชั่วๆของเรากับตีนชั่วๆของคนอื่นที่ต้องบังเอิญเจอ คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ แล้วจะเหวออีกนานไหมเนี่ย เบื่อจัง 8月7日 lullaby/slur/desktop errorในรอบ 3 เดือนกว่าๆมานี่ นานน้านจะได้ไปถ่ายอะไรสนุกๆซะที แทบจะเฉาตาย จริงๆก็เฉาเกือบตายไปแล้วล่ะ จากการไปถ่ายงานแสดงโอเปร่า บัลเล่ต์ ธรรมะ สัตว์ เด็ก คนพิการ และอีกหลายอย่าง ซึ่ง...ไม่ถ่ายจะได้ไหม!!! แค่ไปแบบ "กองโจร" สไตล์หนังสือพิมพ์นี่ก็เครียดหัวหงอกแล้ว(ยกเว้นลงพื้นที่เข้าป่าขึ้นดอยแบบโจรๆมันจะเหมาะมาก) แล้วเราก็แบดถั่วไปเองเรื่อยๆทุกงานเท่าที่ปัญญาน้อยๆพึงมี อย่าหวังว่าจะได้เรียนรู้อะไรจากใครก็ในเมื่อมันไม่มีใครอ่ะ ขออะไรสนุกๆมาคั่นมั่งก็ดี ถ้าสนุกนะ จะที่ไหน ยังไง เราก็พลิกแพลงมั่วแถกเอาจนได้แหละแม้อุปกรณ์ที่มีจะจำกัดจำเขี่ย(ดิจิน้อยๆของเราเอง ถ้าขอถ่ายเป็นกล้องฟิล์มได้จะขอบคุณมาก ไม่ก็กล้องบริษัทที่มันดีกว่านี้มีไหม!!! เออ กล้องไม่ต้อง ขอเลนส์น่ะเลนส์) แล้วจะบ่นทำไมเนี่ย...ไอ้บ้า งานนี้ต้องขอบคุณพี่แอร์มั่กๆ เพราะเรากำลังจะหัวขมองตีบคิดไรไม่ออกแล้ว เดินไปสักแต่ว่ากดๆหลายงานแล้ว งานนี้จริงๆก็ไม่ต้องคิดไรมากมายล้ำลึกในการถ่ายกว่างานอื่นหรอก เพียงแต่มันทำให้เราหายใจคล่องขึ้นเยอะ เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นคนดัดจริตประเภทที่ถ้าขาดความสนุกสนานแล้วมันจะตายเอาดื้อๆ แค่นี้ก็โดนเหน็บอยู่ทุกวันว่าเป็น "อู้ย!เด็กแนว" อะไรล่ะ!คือเด็กแนว เอ้า! แนวก็แนววะ อันนี้ชิงเอามาลงก่อนตีพิมพ์ เด็กแนวทำไรก็ไม่ผิดใช่มั้ยล่ะ (สาระไปหาอ่านเอาที่หนังสือพิมพ์ที่พี่แอร์เขียนโน่น ที่นี่จะไร้สาระล้วนๆ) LULLABY เราระบาย
วงนี้เป็นน้องๆที่ศิลปากรทั้งวง เด็กกว่าเราปีนึง แต่ดันจำได้ว่า รุ่นเราคือรุ่นที่ประกวดดนตรีแล้วตีกันระหว่างคณะ...ตู๊ด...กับคณะ...ตู๊ด...ทำไมมันจำได้แต่เรื่องหยั่งงี้วะ แต่เพลงเค้าดีจริงๆฮ่ะ แอบฟังแล้ว ขำสุดก็น้องอิ๋วที่บอกว่าจำพี่ติ๋ว พี่ฮวง(สวยๆเรียนเก่งๆ!!!) พี่เหมียวได้ เป็นเด็กค่ายที่ไปเมืองสิงห์สมัยเราอยู่ปี 1 น้องอยู่สาธิตศิลปากร อดีตอันยาวไกลจริงๆแม่เจ้า ฝากบอกติ๋วผ่านนี้เลยว่า น้องอิ๋วคิดถึงมาก จุ๊บๆ
SLUR ![]() อันนี้ได้ฟังเพลงเดียวเอง โรคจิต rockshit เออ เจ๋งว่ะ ชอบๆ น่ารักแบบเท่ๆ กวนๆ แล้วก็ แม่งเก่งว่ะ เสียดายงานที่ bangkok code ไม่รู้ว่ามี อดเลย วันนั้นก็ผ่านนะ แล้วก็รู้สึกว่ามันน่าจะมีอะไรซักอย่างให้เข้าไปดู โดยไม่รู้สาเหตุ อยากเข้าไปดื้อๆ แต่สุดท้ายก็กลับบ้านว่ะ ถนอมแรงไปบู๊ที่ทับแก้ว มารู้ทีหลังเซ็งไปเลย ถ้าวันศุกร์เข้าไปก็จะรู้ว่ามีงานเสาร์อาทิตย์ด้วย ฮึ่ม อดรวด ทุกวง
DESKTOP ERROR ![]() รู้สึกผิดมากที่ลากไปถ่ายกว่าล้านแปดแสนใบ มันมืดอ่ะ โฟกัสวืดตลอด แฟลชกะกล้องก็ หุหุ คนละยี่ห้อด้วยยังไม่สามารถควบคุมพลังวัตรได้ จริงๆตอนถ่าย slur ก็เครียดตื๊บแล้ว ข้อจำกัดคือ เราดันโลว์เทคนิคว่ะ ความผิดเราเอง
ในบรรดา 3 วง อันนี้ฉีกแนวมาเลย ฟังแต่ที่เป็น demo หลอนดีชอบๆ
พี่แอร์ว่าถ้าอยู่ถูกประเทศนะ เกิดไม่รู้จะเกิดยังไง แน่นอนว่าสำหรับประเทศนี้ต้องโปรดติดตามตอนต่อไป
ง่วง พรุ่งนี้ก็ต้องไปถ่ายงานเพื่อสุขภาพต่อไป ตามด้วยโขนอีกวันมะรืน ไชโย จับฉ่ายดีแท้
งานของเราเองที่อยากทำ อยากเป็น ถ้าไม่หักดิบออกกันดื้อๆคงไม่ได้ทำเอานา ก็แบ่งสติทำอะไรพร้อมๆกัน 2 อย่างไม่เป็นนี่หว่า
วันนี้ไปยืนดูแผงซีดีบนผนังร้านป้าโด ด้วยความเคารพ มันทำเอาเลือดในกายแล่นพล่าน ภาพในแบบที่เราลืมไปแล้วว่ามันมีอยู่ ไม่รู้โดนปี๊บอะไรครอบอยู่ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาว่ะ มีillus , graphic ดีๆอีกเพียบ เหมือนชั้นเรียนการออกแบบปกเทป ซีดี คอร์สเร่งรัดเลยว่ะ
ตกดึกอ่าน Rodney Smith เพื่อย้ำอะไรบางอย่าง อีกคนที่เราเชื่อในสิ่งที่เขาคิดว่ะ เหมือน Henri Bresson แหละ น้อยในอุปกรณ์ แต่มากในวิญญาณ (โอ้ว เช็ด เน่าจริงๆ) กล้องตัว เลนส์ตัว แสงธรรมชาติ และสายตากับหัวใจ แถม Willy Ronis อีกคนอ่ะ หรือเรามันจะเกิดผิดยุควะ 7月31日 ฝนเย็นๆตกลงมามาร์วิน เกย์ กับพี่นภ โน้ว์โน่ว์ เป็นญาติข้างไหนกันรึป่าวหว่า นั่งหันหลังให้ทีวีฟังมาร์วิน เกย์แล้วไพล่ไปนึกถึงพี่นภเฉยเลยอ่า อารมณ์ดีๆ ฟังไรก็เพราะ
อากาศเย้นเย็นว่ะ วันนี้ฝนตกใหญ่ถึงใหญ่มาก จากเมื่อกลางวันที่รู้สึกว่าจิตตกตามฝน แต่พอปล่อยให้คำพูดบางคำหลุดผลัวะออกไปจากปากแล้วรู้สึกว่าฝนตกนี่มันช่างเย็นฉ่ำชื่นใจได้ซะเฉยๆ ตลกดี ทั้งที่เป็นคำพูดที่ทำให้อนาคตความมั่นคงทางการเงินต่ำเตี้ยเรี่ยดินนี่แหละ
ชาตินี้จะมีตังค์กะเค้าไหมเนี่ยกรู
ทั้งที่ก็ต้องอยู่อย่างเดิมไปก่อนอีกเป็นเดือน แต่อาการทางจิตดีขึ้นล่วงหน้าไปแล้ว ฮ่าๆ ต่อไปอะไรยังไงก็จะไม่แคร์แล้ว ชั่วๆเลย
อ่านสดับลมขับขานจบอีกรอบ ว่าจะไปควานมาอ่านต่อให้หมด เริ่มจากเล่มแรกนี่แหละ ยืนมองชั้นหนังสือ มีไอ้เล่มที่ยังไม่ได้อ่าน เล่มที่อยากอ่านอีกรอบเพียบ เอาเป็นที่ดักฝุ่นในห้องนอนเล่นๆตั้งนานแล้ว บิวท์อารณ์อ่านได้แล้ว
อนาคตไปแก้เอาข้างหน้าแล้วกันน้อ จะมีปัญญาไหมเนี่ย ง่อยๆอยู่ ความสามารถเท่าหางอึ่งเยี่ยงนี้ ฮ่าๆๆ
แต่มีความสุขว่ะ
เย้ โอ้ว โน้วโน่ว์ ท่าเต้นของคอรัส มาวิน เกย์ น่าจำไปเต้นตอนไปคาราโอเกะม้ากมาก
7月24日 เฉื่อยๆเย็นๆมาเฉื่อยๆ เย็นๆ ที่เชียงใหม่ได้ 3วันแล้ว มาทำงาน แต่ดูเหมือนว่างานหลักจะเป็นการเดินตามล่าหาโปสการ์ด แล้วก็นั่งปั่นโปสการ์ดซะมากกว่าการถ่ายรูป บินข้ามฟ้าที่ระดับความสูง 30,000 ฟุต ข้ามทุ่งนา ป่าเขามาเพื่อนั่งชิลล์ เซ็ง เบื่อ เศร้า เหงา แหวะ การนั่งนิ่งๆ จำเป็นต้องมีธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่โอบล้อมเพื่อช่วยขจัดความฟุ้งซ่านเหมือนกันว่ะ ตอนมองลงมาจากหน้าต่างเครื่องบินเห็นภูเขาทอดติดกันเป็นพรืดลูกคลื่นหยึกหยักเขียวกว้างสุดลูกตา หรือตอนมองไปจากหน้าต่างที่พักดูภูเขาสูงที่โอบล้อมเมืองเชียงใหม่ ดูรุ้งกินน้ำ ดูเมฆ ก็หายบ้าไปได้เยอะ แต่ถ้าปิดหน้าต่างหันกลับมาอยู่กับตัวเอง ห้องสี่เหลี่ยม จอสี่เหลี่ยม ความบ้า ป่วนปั่นก็พุ่งทะยานได้ถึงขีดสุด ตอนไปเดินรอบอ่างแก้วมองดอยสุเทพที่อยู่เป็นแบ๊คกรานด์ก็รู้สึกดีนะ อีกวิธีที่ค้นพบ ก็คงเป็นการที่ต้องพาตัวเองออกไปอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย วุ่นวายๆ ล่ะมั้ง ให้ตัวเองเล็กลงๆ ไม่รู้ว่าบรรยากาศนิ่งๆ เย็นๆ อย่างที่เคยเจอเมื่อตอนเด็กๆมันหายไปหมดตั้งแต่ตอนไหน บรรยากาศยามสายที่เอื่อยเฉื่อย แดดใสๆ ลมเย็นๆ กิจกรรมที่ไม่เร่งรีบ เหมือนเวลาทั้งหมดเป็นของเรา นึกถึงขึ้นมาก็เพราะไปอ่านบล๊อกพี่จ๋อยนี่ล่ะมั้ง เรื่องที่นั่งซักผ้ากะแม่ที่หน้าบ้านพร้อมกะละมังใบโต นั่งเล่นฟองเล่นน้ำสะท้อนแดดสีสวยตอนเด็กๆ เสียงวิทยุรายการประจำของแม่ที่ลอยวนอยู่ในบ้าน...จำมาถึงทุกวันนี้ ตอนนี้ต่อให้มีเวลาว่างยามสาย ใจก็ไม่นิ่งเหมือนตอนนั้นแล้ว ไม่รู้สึกสนุกกับสิ่งง่ายๆ มีความสุขกับสิ่งเล็กๆน้อยๆ แบบนั้นได้อีกแล้ว ไม่รู้เอาเวลาไปทำอะไรหมด ไม่รู้ว่ากำลังรุ่มร้อน ดิ้นรนหาอะไรอยู่ วันนี้ถ้าว่างอีกจะตระเวนไหว้พระ วัดที่เชียงใหม่มีอยู่ทุกมุมถนน เมื่อวานเดินถนนคนเดินก็แวะเข้าไปหลายวัดอยู่เหมือนกัน พระอาทิตย์กำลังตกย้อมฟ้าสีประหลาด คนในวัดน้อยกว่าที่ถนนคนเดินมากมาย ตกลงเราแก่แล้วจริงๆล่ะมั้ง เริ่มหาความสงบใส่ตัว เหอๆ 7月12日 A Stranger of Mine (Ummei Janai Hito)![]() หนังน่ารัก อารมณ์ดีแต่แอบร้ายลึก ที่มาตอกย้ำคำพูดที่ว่า"ชีวิตคนเรามันแล้วแต่โชคชะตาจะพาไปจริงๆ" ให้มัน ชัด ชัด เข้าไปอีก เอิ๊ก
บางทีคนเราอาจจะกำหนดอะไรไม่ได้เลยจริงๆก็ได้นะ ว่าทำไมเราต้องมาเจอคนนี้ นั้น โน้น ณ เวลาไหน แล้วจะพาเราไปเจอเรื่องบ้าบอคอแตกอะไรอีกบ้าง
หนังสนุก เล่าเรื่องที่ยุ่งเหยิงได้อย่างลื่นไหล! (เอ๊ะยังไงวะ) เหตุการณ์ต่างๆที่มาบรรจบกันในแต่ละครั้งมันทำให้หัวเราะบ้ากันไปทั้งโรง ก็มันมีอะไรๆซ่อนอยู่ในแต่ละมุมของแต่ละตัวละครอีกเพียบ ผลของเรื่องนี้ไปเป็นเหตุของเรื่องนั้นโยงกันอีนุงตุงนังไปหมด บรรยากาศครื้นเครงตอนดูหนังแบบนี้ทำให้รู้สึกดีจริงๆ เสพติดการดูหนังที่โรงก็แบบนี้ล่ะ
คนแปลกๆที่แบกปัญหาบวมๆมาเจอกันในวันวุ่นๆ เหมือนจะทำให้เข้าใจชีวิต(หรือเรียกว่าทำใจก็ได้)ได้มากขึ้นอีกนิดนึงเลยว่ะ ว่าโลกของแต่ละคนมันต่างกันจริงๆนะ แม้จะใช้เวลา สถานที่ แล้วก็ตัวละครร่วมกันอยู่ก็ตามที!
ปล.พี่ยากูซ่าชุดขาวผู้รักลูกน้องชิงตำแหน่งพี่นักสืบสุดเท่ห์ที่แสนรักเพื่อนขาดลอยไปได้ด้วยรอยยิ้มสุดน่ารักและความลับที่แสนฮาและน่าเห็นใจ
ปล.2 หนังบ้าไรวะ โคตรน่ารักเลย
ปล.3 พี่แสนดีของเราทำท่าเหมือนโลโก้กูลิโกะยุคเก่าๆเลยอ่ะ ตอนชูมือ2ข้างดีใจที่ม้าลาย
หนังดีๆ เพลงดีๆ หนังสือดีๆ ก็ไม่ต่างจากอากาศที่เราใช้หายใจนั่นแหละนะ7月9日 ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวดนั่นล่ะ
ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด
โปรดอ่านฉลากและคำเตือนก่อนดื่มทุกครั้ง
ว่าไวน์แดงเนี่ยมันมีแอลกอฮอลล์กี่เปอร์เซนต์
แล้วจำนวน 6 ขวด ใน 1 คืนเนี่ย มันเกินที่เขาห้ามไปหน่อยอ่านะ
อยากตัดแปะเอาพระจันทร์สว่างจ้ากะทะเลสะท้อนเงาระยิบที่ชะอำไปไว้ที่มหาชะลัยว่ะ (ได้ชื่อว่าอยู่ชะอำแต่มองไปเห็นแต่ตึกหน้าตาประหลาด ดีที่แอบแวะก่อน)
คงทำให้ความระห่ำในการดื่มลดลง เพราะนานๆได้กลับไปเจอเพื่อน เจอพี่น้อง เจออาจารย์ทั้งที ก็น่าจะได้คุยกันมากกว่านี้ว่ะ ไม่ใช่แบบเบลอๆ ย้วยๆ
คิดถึงเมืองสิงห์อ่ะ
ทั้งบรรยากาศ ทั้งเวลาที่ใช้ ยิ่งปีผ่านไป ยิ่งหดเร็วขึ้นๆไงไม่รุ โดยสถานที่มันคงไม่เอื้อ
กลับไปเจอบรรยากาศเก่าๆ ก็ดีนะ คิดถึงตอนเรียน สนุกอ่ะ แม้หลายๆเรื่องจะเฮงกะบ๊วย(แม้ตอนนี้ก็ยังบ๊วยอยู่ก็ตาม) แต่มันสนุก สนุกกว่าตอนนี้เยอะล่ะ กว่าจะรวมตัวเจอเพื่อนทีได้ ยากเย็นตามภาระหน้าที่การงาน ซึ่งยิ่งนานปีไปก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น
ปีหน้า และทุกนัดจากนี้ จะพยายามลด ละ เลิก เพื่อยืดเวลาการได้อยู่กะเพื่อนๆให้นานอย่างมีคุณค่าที่สุด ฮ่าๆ
กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง พรุ่งนี้เช้าก็ไปทำอะไรที่น่าเบื่อต่อ ก็แค่นั้น
7月5日 ตก ตก ตกฝนตกตลอดเวลา
จิตตกตลอดทั้งวัน
แล้วก็น้ำตาตกแม่งได้ทุกบ่อย
เป็นนางเอกนิยายน้ำเน่าเหรอ
อยากไปออกกำลังกายว่ะ ไปเอาเหงื่อให้มันตกออกมาซะบ้าง
เขาว่ากันว่า มันจะทำให้สดชื่นทั้งกายและใจ
แต่ขี้เกียจอ่ะ ไม่มีกะใจลากสังขารไปทำให้เหงื่อตกว่ะ
เอาเลือดให้ตกจากหัวยังคงจะง่ายกว่า
เซ็งว่ะ เบื่อว่ะ อยากไปเอาของมึนเมาตกลงกระเพาะแล้วก็ทำตัวตกน้ำทะเลไปด้วยเลย
ทะเลตอนฝนตกๆ แม่งงงง
เฮ้ย ฝนหยุดตกซะทีเด่ะ 5月25日 ง่วง ก็ นอน ดี ก่าหมู่นี้ฝันถึงเพื่อนที่มะหาชะลัยบ่อยจัง ประหลาดดี
ประหลาดที่ทำไมฝันถึงพวกมันบ่อยจังวะ แล้วก็ฝันว่าไปอยู่กันในที่ประหลาดๆด้วยน่ะสิ
ตั้งกะฝันว่าไปอยู่ริมทะเลทรายขาวฟ้าใสแต่ใต้ผืนน้ำมีอะไรเป็นหลุมๆขรุขระอยู่ไม่รุกะบี แล้วก็โดนคลื่นใหญ่ซัดเราจมลงไป กระแสน้ำแยกเป็น 2 ทาง ซัดเราจมลงไปข้างล่าง ส่วนบีก็โดนซัดขึ้นไปข้างบน ว่ายไม่ถึงกันซักที
เมื่อเช้าก็ฝัน คราวนี้เห็นหลายคนเลย จำได้ชัดๆก็มีนัน ปิ๊ก เน็ด อยู่ในหุบเขา มีฟ้าสีแปลกๆสะท้อนสีสวยประหลาดบนผิวน้ำ(แบบแสงเหนือมั้งไม่เคยเห็นหรอก) ออกจากเต๊นท์(หน้าตาแบบกระโจมมองโกลเลยว่ะ)ไปถ่ายรูป แล้วก็วิ่งตามแสงสีนั่นไปเรื่อยๆ จากน้ำกว้างๆแบบทะเลสาบก็ไหลลงตามลาดหินชันไปเรื่อยๆเป็นน้ำตก ละอองน้ำสะท้อนเป็นรุ้งโค้งเล็กๆเหมือนรุ้งจากละอองน้ำฝักบัวที่สระว่ายน้ำของโรงเรียนสมัยประถม
ชอบอ่ะ ฝันแบบนี้ ได้ไปที่นั่นที่นี่ ได้ไปกะเพื่อนๆ ฟ้ากว้างๆ ได้วิ่ง
ฝันสนุกกว่าตอนตื่นอีก
เหอๆๆ
ฝันสนุกๆทุกวันด้วย จำได้บ้างไม่ได้บ้าง
นี่แหละสาเหตุหลักที่ทำให้เราตื่นสาย หุหุ 5月23日 แยกร่างงงงงงงงเหยจะสิ้นเดือนแล้ว ยังไม่ได้ไปดูหนังเลย...จะลงแดง
ความสุขเพียงอย่างเดียวของเรา...
มันก็ไม่ได้ยุ่งวุ่นวายอะไรเลยแท้ๆ แต่มันดันต้องไปว่างๆ ไร้ประโยชน์ในที่ๆนึงทุกวันๆน่ะสิ
นานๆจะมีอะไรที่ต้องทำจริงๆซักที บ้าดีมะ ไม่มีไรทำ แต่ก็ไปไหนที่อื่นไม่ได้
ไว้เชี่ยวกว่านี้นะ จะโผล่ไปนั่นไปนี่ให้เหมือนใช้ประตูโดราเอมอนเลย
ไปทำไรที่อยากทำ แล้วก็ไปเช็คพอยท์ในที่ๆต้องไป
จิตตกนานไปหน่อย เสียเวลาไปเยอะเลย บ้าว่ะ
เพิ่งรู้ตัวว่าต้องจิตใจผ่องใสซะก่อน ถึงจะจัดการเวลาตัวเองได้ ประหลาดดี
คนที่อยากเจอ กับคนที่ต้องเจอ อะไรที่อยากทำ กับอะไรที่ต้องทำ
นานน้านทีหรอก มันถึงจะป็นอย่างเดียวกันน่ะ
แย่อย่างว่าเราทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมกันไม่ได้น่ะสิ แบ่งประสาทไม่ได้
อะไรที่น่าเบื่อก็ต้องทนทำต่อไป เพราะแบ่งประสาทไปทำอะไรหนุกๆด้วยไม่เป็น
ตกลง ว่า ทุกข์ เพราะ แบ่งภาคตัวเองไม่ได้เนี่ยนะ บ้าดีว่ะ เหอๆ 5月9日 Always เพิ่งได้ไปดู always หลังจากที่มีคนมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าน่ารักมาก ไปดูซะ
ถ้าไม่ติดว่ามันบิวท์กันไปหน่อย แล้วก็ญี่ปุ๊นญี่ปุ๋นไปหน่อย (พระอาทิตย์อัสดงสู้เขานะทาเคชิ) ก็เรียกได้ว่ารักหนังเรื่องนี้เลยล่ะ
ตัวละครมีเสน่ห์มากๆ ชอบบ้านเมืองสมัยก่อนมากๆด้วย ดูแล้วเหมือนคนบ้าเลย เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้ ดีนะที่ไปดูก่อนมันออก ถ้าไม่ได้ดูจอใหญ่ๆเนี่ย เสียดายแย่
ไม่ได้ดูหนังตั้งหลายวัน เฉาไปหลาย เอาหนังน่ารักๆมากระแทกตับซักหน่อย จิ๊ดจ๊าดฮ่ะ
ช่วงนี้จะเฉาตาย...น่าเบื่ออ่า
5月7日 เห่อหลานฮ่ะดีใจฮ่ะ ตื่นเต้น เดี๋ยวปลายปีจะได้อุ้มหลานแล้ว ไม่แน่ใจว่าเป็นหลานคนแรกของรุ่นรึเปล่าดิ
ได้เด็กฝรั่งมาเล่นแล้ว ดีใจๆ เป็นตุ๊กตาของน้าๆป้าๆซะดีๆ
รุ่นเรากว่าจะหาหลานมาเล่นได้ซักคน ยากเย็นแสนเข็ญจริงๆ สู้รุ่นน้องๆเราก็ไม่ได้เล้ย มีหลานไปแล้วไม่รู้กี่คน
อยากไปงานแต่งเพื่อนอีกแล้วด้วย อยากไปเฮ รีบๆเลยไอ้พวกที่มีพันธะทั้งหลาย
เรื่องดีๆมีรอบตัวจริงๆ
แต่ต้องใจเย็นๆนิ่งๆมองน่ะสิ
ช่วงนี้บ้าๆเครียดๆ วุ่นวายๆ เล่นเอากระเพาะลำไส้ปั่นป่วน กว่าจะโงหัวออกมาจากความบ้าคลั่ง ปั่นป่วนในกบาลกลวงๆของตัวเองได้นี่แทบแย่
ก็ทางเดินแต่ละทางที่มีให้เดินตอนนี้ ไม่ได้ใกล้เคียงปลายทางที่หวังไว้เอาซะเล้ย
แล้วมันทางไหนล่ะ ที่มันจะพาเราไปได้ใกล้ที่หมายที่สุด ทางที่ไม่พาเราไปอ้อมไปหลงทาง น่าเบี่ยเจงๆ
แล้วไอ้ทางไดเรกเนี่ย แม่ง อยู่ไหนวะ ถ้าเจอนะ ต่อให้ต้องบุกป่าฝ่าดงแค่ไหนจะไม่ว่าเล้ย
ว่าแล้วก็ช่างแม่มให้หมด
หาเรื่องรับขวัญหลานต่อดีก่า
ไม่มีปัญญาจะซื้อทองให้เหมือนอาเสี่ย หรือเถ้าแก่เนี้ยเค้าหรอกนะ
แต่เป็นใจทองคำที่น้ามีคงพอได้ หุหุหุ
ว่าแล้วขวัญใจจ้ะ รีบๆเลิกงอนพ่อหนุ่มฝรั่งเศสได้แล้ว และรีบจัดการรวบหัวรวบหางซะ เพื่อหลานหน้าตาน่ารักอีกหนึ่งคน
|
|
|